1. สภาพทั่วไป
1.1 ที่ตั้งและอาณาเขต
จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศ มีแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำสุพรรณบุรีเป็นแม่น้ำสายหลักซึ่งไหลผ่าน
ตามแนวยาวของจังหวัดจากเหนือจรดใต้จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14-15 องศาเหนือ เส้นแวงที่ 99-100 องศาตะวันตก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 3-10 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5,358.008 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 3,348,775.01 ไร่
อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวงหมายเลข 340 ประมาณ 107 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชัยนาท และจังหวัดอุทัยธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดอ่างทอง, สิงห์บุรี และอยุธยา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดกาญจนบุรี และอุทัยธานี
1.2 ขอบเขตการปกครอง
จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งการบริหารราชการออกเป็น 2 ส่วน คือ
1) การบริหารราชการส่วนภูมิภาค
แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 110 ตำบล 990 หมู่บ้าน ดังนี้
1. อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ประกอบด้วย 20 ตำบล 122 หมู่บ้าน
2. อำเภอบางปลาม้า ประกอบด้วย 14 ตำบล 127 หมู่บ้าน
3. อำเภอเดิมบางนางบวช ประกอบด้วย 14 ตำบล 119 หมู่บ้าน
4. อำเภอดอนเจดีย์ ประกอบด้วย 5 ตำบล 48 หมู่บ้าน
5. อำเภอสามชุก ประกอบด้วย 7 ตำบล 68 หมู่บ้าน
6. อำเภอศรีประจันต์ ประกอบด้วย 9 ตำบล 64 หมู่บ้าน
7. อำเภอสองพี่น้อง ประกอบด้วย 15 ตำบล 140 หมู่บ้าน
8. อำเภออู่ทอง ประกอบด้วย 13 ตำบล 150 หมู่บ้าน
9. อำเภอด่านช้าง ประกอบด้วย 7 ตำบล 90 หมู่บ้าน
10. อำเภอหนองหญ้าไซ ประกอบด้วย 6 ตำบล 62 หมู่บ้านรวมทั้งสิ้น 110 ตำบล 990 หมู่บ้าน
2. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น แบ่งเขตการปกครองออกเป็น
       1. องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
1.1 เทศบาล มีทั้งหมด 21 แห่ง ดังนี้
ศบาลเมืองสุพรรณบุรี - เทศบาลตำบลท่าเสด็จ
- เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา - เทศบาลตำบลสวนแตงอำเภอบางปลาม้า มีเทศบาล 4 แห่งคือ
- เทศบาลตำบลบางปลาม้า - เทศบาลตำบลบ้านแหลม
- เทศบาลตำบลโคกคราม - เทศบาลตำบลไผ่กองดินอำเภอเดิมบางนางบวช มีเทศบาล 3 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลนางบวช - เทศบาลตำบลเขาพระ
- เทศบาลตำบลบ่อกรุ
อำเภอดอนเจดีย์ มีเทศบาล 2 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลดอนเจดีย์ - เทศบาลตำบลสระยายโสมอำเภอสามชุก มีเทศบาล 1 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลสามชุกอำเภอศรีประจันต์ มีเทศบาล 1 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลศรีประจันต์อำเภอสองพี่น้อง มีเทศบาล 2 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลตำบลสองพี่น้อง      - เทศบาลตำบลทุ่งคอกอำเภออู่ทอง มีเทศบาล 2 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลอู่ทอง     - เทศบาลตำบลสระกระโจมอำเภอด่านช้าง มีเทศบาล 1 แห่ง คือ
- เทศบาลตำบลด่านช้างอำเภอหนองหญ้าไซ มีเทศบาล 1 แห่ง
- เทศบาลตำบลหนองหญ้าไซ
3. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวน 106 แห่ง คือ ดังนี้
อำเภอเมืองสุพรรณบุรี     จำนวน อบต. 18 แห่ง
อำเภอบางปลาม้า     จำนวน อบต. 14 แห่ง
อำเภอเดิมบางนางบวช     จำนวน อบต. 13 แห่ง
อำเภอดอนเจดีย์     จำนวน อบต. 5 แห่ง
อำเภอสามชุก     จำนวน อบต. 7 แห่ง
อำเภอศรีประจันต์     จำนวน อบต. 9 แห่ง
อำเภอสองพี่น้อง     จำนวน อบต. 14 แห่ง
อำเภออู่ทอง     จำนวน อบต. 13 แห่ง
อำเภอด่านช้าง     จำนวน อบต. 7 แห่ง
อำเภอหนองหญ้าไซ     จำนวน อบต. 6 แห่ง

. สภาตำบล จำนวน 1 แห่ง คือ
               อำเภอเดิมบางนางบวช สภาตำบลวังศรีราช

1.3 ลักษณะภูมิประเทศ
            จังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเป็นส่วนใหญ่ มีแม่น้ำสายหลัก คือแม่น้ำท่าจีน แบ่งสภาพพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำท่าจีนจะมีลักษณะราบลุ่ม มีน้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในเขตอำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอสามชุก อำเภอศรีประจันต์ และฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน จะมีพื้นที่ราบลุ่ม จนถึงพื้นที่ดอน แห้งแล้ง และพื้นที่ภูเขา ได้แก่ เขตอำเภออู่ทอง, ดอนเจดีย์, ด่านช้าง, หนองหญ้าไซ ด้วยเหตุนี้ในแต่ละปี มักจะประสบปัญหาภัยธรรมชาติ อยู่เป็นประจำ ทั้งภัยจากภาวะฝนแล้ง และภัยจากภาวะน้ำท่วม

            จังหวัดสุพรรณบุรีมีระบบน้ำชลประทานที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ จะมีบางพื้นที่เท่านั้น ที่ระบบน้ำชลประทาน ยังไม่สมบูรณ์ โดยมีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 11 โครงการ เป็น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ที่มีพื้นที่ส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกในเขต
จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งทั้ง 11 โครงการ สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรี ประมาณ 1,602978 ไร่ โครงการชลประทานขนาดกลาง จำนวน 1 โครงการ ส่งน้ำให้แก่ พื้นที่เพาะปลูก ได้ประมาณ 3,000 ไร่ และโครงการชลประทานขนาดเล็ก จำนวน 620 โครงการ ใช้ประโยชน์เก็บกักน้ำในฤดูฝนและใช้ในฤดูแล้ง พื้นที่ใช้ประโยชน์ประมาณ 86,800 ไร่                   นอกจากนี้ จังหวัดสุพรรณบุรียังมีพื้นที่ที่เป็นเขตป่าสงวน โดยมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติทั้งสิ้น 7 แห่ง พื้นที่ประมาณ 852,102.52 ไร่ อยู่ในเขต อำเภอด่านช้าง, อำเภอหนองหญ้าไซ, อำเภออู่ทอง และอำเภอสองพี่น้อง                    ปัจจุบันเหลือสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ไม่มากนัก เพราะถูกราษฎรบุกรุกเข้าทำกิน จนหลายแห่งถูกเปลี่ยนสภาพเป็นไร่อ้อย, มันสำปะหลัง และเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น

1.4 ลักษณะภูมิอากาศ
              สภาพอากาศโดยทั่วไปของจังหวัดสุพรรณบุรี มีลักษณะร้อนชื้น ในช่วงฤดูร้อน จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
ถึงต้นเดือนพฤษภาคม โดยได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือและลมฝ่ายใต้ และฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม โดยได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และมักจะประสบภาวะฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม เป็นประจำทุกปี                    ส่วนฤดูหนาวจะเริ่มตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยกเว้นบริเวณภูเขา ในเขตอำเภอด่านช้าง จะมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น และมีหมอกมาก ในบางครั้ง จะมีสภาพอากาศคล้ายกับในภาคเหนือเลยทีเดียว                    สำหรับปริมาณน้ำฝน โดยสรุปจะมีฝนตกไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความผันแปรของ ฤดูกาล โดยทั่วไปฝนจะเริ่มตก
ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และจะทิ้งช่วงไป 1-2 เดือน จากนั้นจะเริ่มตกและตกหนักในราว ๆ ปลายฤดูฝน ในปี 2541 ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1,305.4 มิลลิเมตร มีจำนวนวันฝนตก 104 วัน และอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 40.6 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 17.7 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม (ข้อมูลจากสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดสุพรรณบุรี)

2.4 การประกอบอาชีพ

                    จังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร และอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรต่าง ๆ รองลงมา คือ อาชีพค้าขาย อาชีพรับราชการ พนักงานและรับจ้างทั่วไป ตามลำดับ  

3. สภาพทางเศรษฐกิจ

 3.1 พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี

                    จังหวัดสุพรรณบุรี มีรายได้จากการเกษตรเป็นรายได้หลัก รองลงมา คือ รายได้จากการค้าขายสินค้าอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ทำรายได้ให้แก่จังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้

ข้าว (Rice)

  จังหวัดสุพรรณบุรี มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 1,500,000 ไร่ ปลูกมากในทุกพื้นที่ ของจังหวัด (ยกเว้ณอำเภอด่านช้าง
ที่เป็นพื้นที่ภูเขา) แยกเป็นข้าวนาปี และข้าวนาปรัง ปัจจุบันเกษตรกรจะทำนาตลอดปีขึ้นอยู่กับสภาพน้ำชลประทานบางพื้น
ที่สามารถปลูกข้าวได้ถึง ปีละ 3 ครั้ง หรือ 2 ปี 5 ครั้ง ทั้งนี้พันธุ์ข้าวที่ใช้ส่วนใหญ่ ได้แก่ พันธุ์ข้าว กข.21 , กข.23 , ชัยนาท 1,
สุพรรณบุรี 90 , ข้าวหอมมะลิ เป็นต้น                   ฤดูการปลูกข้าวนาปี (นาครั้งที่ 1) จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และจะเก็บเกี่ยว ราว ๆ เดือนสิงหาคม กันยายน (ในเขต อำเภอหนองหญ้าไซ จะปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะเป็นพันธุ์ข้าวนาปี (ข้าวที่อาศัยช่วงแสงในการออกดอก) ซึ่งจะเก็บเกี่ยวในราว เดือนธันวาคม) ต่อจากนั้นจะปลูกข้าวนาปรัง (นาครั้งที่ 2) โดยใช้พันธุ์ข้าวพันธุ์เดิมเป็นส่วนใหญ่ และจะไป เก็บเกี่ยวในราว ๆ เดือน กุมภาพันธ์ เมษายน ในเขตอำเภอเดิมบางนางบวช ศรีประจันต์ สามชุก มีระบบน้ำชลประทานสมบูรณ์ จะสามารถทำนาปรังครั้งที่ 2 ได้เร็ว ทำให้สามารถปลูก ข้าวนาปรังครั้งที่ 3 ได้ในราว ๆ เดือน มกราคม กุมภาพันธ์ และไปเกี่ยว ราว ๆ เดือน เมษายน พฤษภาคม

อ้อยโรงงาน (Sugarcane Industry)
                   อ้อยโรงงานถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับที่ 2 ที่ทำรายได้ให้แก่จังหวัดสุพรรณบุรี ปลูกมากในเขตอำเภอด่านช้าง, อำเภอหนองหญ้าไซ, อำเภอสองพี่น้อง, อำเภอเดิมบางนางบวช

                    พันธุ์อ้อยที่เกษตรกรนิยมปลูกได้แก่ F 140 , F 156 , สุพรรณ 2 , สุพรรณ 3 , K 200 เป็นต้น โดยเกษตรกรจะเริ่มปลูก
ในราวเดือน พฤษภาคม และจะเก็บเกี่ยวในประมาณเดือน ธันวาคม มีนาคม ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดรับซื้อของโรงงาน ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี มีโรงงาน น้ำตาลทั้งสิ้น 3 โรงงาน ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสามชุก, อำเภอด่านช้าง, อำเภออู่ทอง  

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Maize) 

                  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะปลูกมากในเขตอำเภอด่านช้าง และอำเภออู่ทอง มีพื้นที่ปลูกประมาณ 121,765 ไร่ ให้ผลผลิตรวมประมาณ 110,563 ตัน คิดเป็นมูลค่า บาท ผลผลิตเฉลี่ย 689 กิโลกรัมต่อไร่                    พันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์ข้าวโพดลูกผสม ต่างๆ เช่น ซีพีดีเค 888, คาร์กิล บิ๊ก 919 , คาร์กิล บิ๊ก 929 , แปซิฟิก 328 เป็นต้น โดยเกษตรกรจะปลูก 2 รุ่น รุ่นแรก จะนิยมปลูกในราวเดือน พฤษภาคมหรือเรียกว่า ข้าวโพดรุ่นต้นฝน และอีกรุ่นหนึ่งจะนิยมปลูกในราวเดือนสิงหาคม ซึ่งเรียกว่า ข้าวโพดรุ่นปลายฝน

 แห้วจีน (Water chestnut)                   แห้วจีนเป็นพืชเศรษฐกิจท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรีและเป็นพืชที่ ปลูกได้ผลดีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และยังสามารถปลูกได้เฉพาะบางตำบลของอำเภอศรีประจันต์ และ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เท่านั้น ทั้งนี้เพราะแห้วจีนเป็นพืชที่
เจริญเติบโตได้ดีในดินชุด สระบุรีไฮเฟต ซึ่งดินชุดนี้มีลักษณะพิเศษคือ จะมีลักษณะคล้ายชั้นดินดานลึกประมาณ 50-70 เซนติเมตร ซึ่งเป็นประโยชน์ในการปลูกแห้วจีนเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อแห้วจีนลงหัว หัวของ แห้วจีนจะไปกองหรือแผ่ขยายในบริเวณชั้นดินดาน ทำให้สะดวกในการเก็บเกี่ยว แต่ถ้าเป็น ดินชุดอื่น จะทำให้แห้วจีนเจริญลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ยากต่อการเก็บเกี่ยวและบางครั้งก็ไม่ยอมลงหัว                  

 ผัก (Vegetables)                 

    จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเขตพื้นที่ที่มีการขยายฐานการผลิตพืชผักจากแหล่งผลิตเดิม ที่ประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น เกษตรกรที่ปลูกผักเป็นการค้าในเขต อำเภอบางบัวทอง, อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ทำให้เกษตรกรในเขตเหล่านั้นย้ายฐานการผลิตผัก
มาปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรีมากขึ้น กอร์ปกับเกษตรกรในจังหวัดสุพรรณบุรีมีการปลูกผักกันในหลายพื้นที่ ทั้งนี้เพราะ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเฉพาะ มีน้ำชลประทานที่เหมาะสม และใกล้ตลาด การขนส่งสะดวก ทำให้ผักจากจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นผักที่มีคุณภาพด้านความสด ผักที่ปลูกกันมาก ได้แก่ พริก, ถั่วฝักยาว, คะน้า, แตงกวา และ ข้าวโพดหวาน เป็นต้น

                    ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกผักขยายออกไปยังหลายอำเภอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขต อำเภอบางปลาม้า, อำเภอดอนเจดีย์ และอำเภอด่านช้าง สำหรับพื้นที่ที่มีการปลูกผักมากที่สุด คือ อำเภอหนองหญ้าไซ

ม้ดอก (Flowers)
               จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้ดอกที่เกี่ยวข้องกับการนำ ไปร้อยเป็นมาลัย ได้แก่ มะลิ, กุหลาบร้อยมาลัย, ดาวเรือง, ดอกรักและจำปี เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกมะลิจากสุพรรณบุรีถือว่า มะลิที่มีคุณภาพดีที่สุด ในตลาด ไม่ว่าจะเป็น ปากคลองตลาด และตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งมะลิจากสุพรรณบุรีจะมีราคาสูงกว่ามะลิ จาก
แหล่งอื่น ๆ จากข้อมูล ปี 2542/43 จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ปลูกไม้ดอกรวมทั้งสิ้น 2,518 ไร่

การผลิตปศุสัตว์และประมง

 การผลิตปศุสัตว์

                    จังหวัดสุพรรณบุรีมีการผลิตปศุสัตว์มากพอสมควร ำเภอบางปลาม้า, อำเภออู่ทอง จะมีการเลี้ยงเป็ดและไก่มากที่สุด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี , อำเภอสองพี่น้อง จะมีการเลี้ยงโคและสุกรมากที่สุด                   การเลี้ยงเป็ดและไก่ส่วนใหญ่จะเป็นการเลี้ยงเป็ดไข่และไก่ไข่และนิยมเลี้ยงผสมผสานกับการเลี้ยงปลา เพื่อเกื้อกูลกัน โดยจะมีการเลี้ยงเป็ดไข่และไก่ไข่บนบ่อปลา นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงเป็ดเนื้อและเป็ดไข่แบบไล่เลี้ยงไปตามทุ่งนาที่มีการเกี่ยวข้าวแล้ว ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านอาหารได้อย่างมาก และการเลี้ยงไก่เนื้อแบบรับจ้างบริษัทเลี้ยง ด้วย

                    การเลี้ยงโคจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ การเลี้ยงโคเนื้อ ซึ่งจะเลี้ยงมากแถบอำเภอ อู่ทอง และการเลี้ยงโคนม ซึ่งจะมีการเลี้ยงมากในแถบอำเภอหนองหญ้าไซ , อำเภออู่ทอง , อำเภอเมืองสุพรรณบุรี , อำเภอศรีประจันต์ เป็นต้น ส่วนการเลี้ยงสุกรจะเป็นการเลี้ยงในลักษณะฟาร์ม ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มากกว่าที่จะเลี้ยงกันตามบ้านเรือนทั่วไป

           การผลิตประมงน้ำจืด    

                 การทำการประมงในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทำรายได้ให้แก่จังหวัดสุพรรณบุรีมาก คือการเลี้ยงปลา และการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม การเลี้ยงปลาจะมีเลี้ยงกันมากในเขตอำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้อง ปลาที่เลี้ยงได้แก่ ปลาช่อน, ปลาดุกบิ๊กอุย, ปลานิล, ปลาตะเพียน, ปลาสลิด และปลาสวาย การเลี้ยงปลาของเกษตรกร ส่วนใหญ่จะเป็นการเลี้ยงแบบผสมผสาน โดยมีการเลี้ยงปลาหลาย ๆ ชนิดร่วมกัน เช่น ปลานิลกับปลาตะเพียน, ปลานิลกับปลาดุก หรือปลาสวายกับ ปลานิล เป็นต้น อาจจะเลี้ยงเป็นบ่อโดยเฉพาะ หรือเลี้ยงร่วมกับการเลี้ยงเป็ดไข่หรือไก่ไข่-ไก่เนื้อ